ประเดิมวันแรกกว่า 500 ราย ตำรวจจราจรเชียงใหม่เริ่มแล้วใช้กล้อง CCTV 301ตัว รอบตัวเมืองตรวจจับขี่จยย.ไม่สวมหมวกกันน็อค เมื่อวันที่ 1 ก.ย. พ.ต.ท.ศุภชัย จันทรา สารวัตรกลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในวันนี้เป็นวันแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินการรตรวจจับผู้กระทำความผิดตามวินัยจราจรโดยใช้กล้องวงจรปิดCCTV กรณีไม่สวมหมวกนิรภัย

ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย แม้ว่าการตรวจจับในวันนี้เป็นวันแรกและต้องมีการปรับเปลี่ยนมุมกล้องเพิ่มเติม เพื่อให้มองเห็นการกระทำผิดที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเบื้องต้นได้ใช้กล้องวงจรปิดของทางเทศบาลนครเชียงใหม่ จำนวน 301 ตัว นำร่องในเขตพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ก่อน โดยทางเทศบาลนครเชียงใหม่ จะเป็นผู้รวบรวมภาพของผู้กระทำความผิด และส่งต่อมาที่กลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็จะรวบรวมข้อมูลและส่งไปที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเช็คผู้ครอบครองรถ ก่อนจะออกหมายเรียกให้ผู้ครอบครองเข้ามาพบกับพนักงานสอบสวน เพื่อทำการสอบถามและเสียค่าปรับ

พ.ต.ท.ศุภชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการตรวจจับด้วยการใช้กล้อง CCTV นั้นเมื่อถามว่าเป็นการลดอุบัติเหตุลงได้หรือไม่ อาจจะลดไม่ได้ แต่สิ่งที่มุ่งหวังคือการให้ทุกคนมีวินัยจราจร และการสวมหมวกนิรภัย ก็เป็นการช่วยเหลือชีวิตของผู้ประสบอุบัติเหตุได้ จากที่จะเกิดอย่างรุนแรงก็เบาลง จากที่จะเสียชีวิตก็ไม่ต้องเสียชีวิต เพราะคงจะไปห้ามไม่ให้เกิดคงไม่ได้แต่ทำอย่างไรให้ลดความรุนแรง ลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้จากที่มีการทดลองใช้เพียงแค่ช่วงเช้าก็สามารถตรวจจับผู้กระทำความผิดได้กว่า 500 รายแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็จะต้องนำมาคัดเลือกว่าภาพไหนที่เห็นได้ชัดเจนทั้งบุคคลที่กระทำผิด และป้ายทะเบียน เพื่อลดการโต้แย้งของผู้กระทำผิดด้วย และกล้องที่ใช้นั้นก็สามารถที่จะตรวจจับได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งหลังจากนี้ใครจะคิดว่าจะใส่หมวกกันน็อคเฉพาะช่วงเช้าเพื่อไม่ให้ถูกเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจจับก็คงทำไมได้แล้ว เพราะตอนกลางคืนก็มีกล้องตรวจจับด้วย อีกทั้งยังเป็นการช่วยแบ่งเบาเรื่องของกำลังเจ้าหน้าที่ ที่ต้องไปตั้งด่านตรวจจับผู้กระทำความผิดด้วย เพราะกล้องวงจรปิดก็สามารถที่จะจับกุมผู้กระทำความผิดได้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews